AR เครื่องมือม้ามืดของธุรกิจในปี 2020
เทคโนโลยีAR เครื่องมือม้ามืดของธุรกิจในปี 2020
ในปี 2020 จะมีการลงทุนใน AR สูงถึง 60 พันล้านเหรียญสหรัฐ การมองว่า AR หรือเทคโนโลยีใหม่ๆว่าเป็นแค่ “ตัวเสริม” ในการทำธุรกิจ อาจเป็นมุมมองที่อันตรายต่อการทำธุรกิจในอนาคต
เมื่อพูดถึง "เทคโนโลยีเออาร์" (Augmented Reality : AR) หลายคนอาจมองว่าเป็นเทคโนโลยีไกลตัว ฟังแล้วยากจะเข้าใจ และคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดเช่นนั้น เราต้องคงขอให้คุณคิดใหม่ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีARได้เข้ามามีบทบาทอยู่ในชีวิตของคุณมากขึ้น เพียงแต่คุณยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง!
ปัจจุบันในต่างประเทศเทคโนโลยี AR มีบทบาทอย่างแพร่หลายในทุกภาคธุรกิจ เช่น การจำลองภาพโบราณสถานให้ปรากฏขึ้นทันทีที่ใช้สมาร์ทโฟนส่องไปยังหนังสือประวัติศาสตร์, การช็อปปิ้งให้สมจริงยิ่งขึ้นด้วยการทดลองสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับผ่านโปรแกรม ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว, เกมส์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกสมจริงยิ่งขึ้นด้วยภาพแบบ 3 มิติ หรือมองเห็นได้ 360 องศา, สร้างสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบมัลติมีเดียเพียงใช้สมาร์ทโฟน ส่องไปยังปกหนังสือ, การค้นหาสถานที่ให้ปรากฏเป็นรูปแบบ 3 มิติ และ 360 องศา ในแอพพลิเคชั่นนำทาง, การส่องมือถือไปยังฉลากข้างขวดเครื่องปรุง เพื่อดูข้อมูลวัตถุดิบภายในขวด เป็นต้น มาไกลถึงตอนนี้ หากคุณยังสงสัย ว่าทำไมเทคโนโลยีAR จึงจำเป็นต้องถูกนำมาใช้ในภาคธุรกิจในประเทศไทย ทั้งที่ความเข้าใจในเทคโนโลยีดังกล่าวของผู้ใช้งานยังอยู่ในระดับที่ยังต้องเรียนรู้ คำตอบก็คือ .เทคโนโลยี AR นั้นใช้งานง่าย เพียงคุณมีสมาร์ทโฟน (หรือแท็บเล็ต) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ ก็แค่ดาวน์โหลดแอพของบริการต่างๆ ที่เปิดใช้เทคโนโลยี AR พร้อมกับใช้ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมของแต่ละบริการ ซึ่งส่วนมากจะใช้ร่วมกับหนังสือหรือแผ่นป้ายที่มีสัญลักษณ์ตามที่กำหนด จากนั้นก็เปิดแอพที่ใช้งานและนำสมาร์ทโฟนไปส่องบริเวณดังกล่าว ก็จะได้ภาพ 3 มิติ หรือมุมมองแบบ 360 องศา แปลกตาและแตกต่างไปจากเดิมประกอบกับสมาร์ทโฟนที่จำเป็นต้องมีไว้ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีARนั้น ก็เป็นสิ่งที่คนไทย (รวมทั้งคนทั่วโลก) ต่างมีใช้งานอย่างแพร่หลาย แถมยังใช้กันคล่องแคล่วจากการใช้โซเชียล ถือเป็นการปลูกฝังและสร้างความคุ้นชินในการใช้แอพพลิเคชั่นให้แก่ผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย โดยไม่ทันรู้ตัวว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ตนเองได้ใกล้ชิดเทคโนโลยีขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ยังสร้างช่องทางใหม่ให้แบรนด์สามารถเข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างแยบยลจึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราจะเห็นเทคโนโลยีARรายล้อมอยู่รอบตัว ท่ามกลางยุคธุรกิจดิจิตอลเช่นในปัจจุบัน
ตัวอย่าง AR ในธุรกิจ
Brand/Product : ไปรษณีย์ไทย
Why? : ไปรษณีย์ไทยเคยเปิดตัวแอพพลิเคชั่นค้นหาสถานที่ทำการไปรษณีย์บริเวณใกล้เคียง โดยใช้เทคโนโลยีAR เช่นกัน
How? : เพียงใช้สมาร์ทโฟนส่องออกไปบริเวณรอบๆ ตัวคุณ ระบบก็จะปรากฏที่ทำการฯ ในพิกัดต่างๆ รอบตัวคุณขึ้นมาทันที ทั้งยังสามารถแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ด้วย

Brand/Product : หนังสือเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9
Why? : เมื่อหลายปีที่ผ่านมาเคยมีการจัดทำหนังสือเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีเนื้อหาเข้าใจง่ายและมีภาพประกอบเป็นการ์ตูนวาดสวยงามเหมาะสำหรับเด็กๆ
How? : โดยการใช้งานก็ผสานเข้ากับเทคโนโลยีARและสมาร์ทโฟนที่มีแอพพลิเคชั่นพร้อมใช้งาน เพียงยกขึ้นส่องก็จะเห็นภาพและข้อความต่างๆ ลอยขึ้นมาจากหน้าหนังสือ

Brand/Product : IKEA
Why? : จับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีการศึกษาและชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง แต่มักมีปัญหาเรื่องขนาดและรูปแบบว่าจะเหมาะกับที่อยู่อาศัยของตนเองหรือไม่
How? :ใช้ AR Paper ในการตัดสินใจของผู้บริโภคด้วยแนวคิด “Seeing is Believing” โดยนำกระดาษ AR ของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ไปวางไว้ในพื้นที่ว่างๆ ของห้อง จากนั้นใช้กล้องโทรศัพท์มือถือส่องจากนั้นจะปรากฏโมเดล 3D ขึ้นและสามารถเลือกสีและปรับเปลี่ยนจุดวางเฟอร์นิเจอร์ได้จนกว่าจะลงตัว และล่าสุด IKEA ออก Interactive Catalog 2010 ที่เป็น AR ทำงานบน iPhone ด้วย

Brand/Product : Adidas Originals
Why? : เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายของรองเท้า Adidas Originals และเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและทดลอง Marketing Gimmic ใหม่ๆ
How? : คือใช้ลิ้นรองเท้าเป็นที่บรรจุโค้ด AR จากนั้นนำไปส่องกับเว็บแคมผ่านเว็บไซต์ของอาดิดาส จากนั้นจะเห็นเป็น Pop-up ของเกม Adidas AR Game Pack และใช้รองเท้านั่นแหละเป็นตัวควบคุมในการเล่นเกม แต่ก่อนอื่นต้องซื้อรองเท้า Adidas Originals ซึ่งเป็นรุ่นที่มี AR ก่อน ในราคาคู่ละ 65-95 เหรียญสหรัฐฯ แม้จะดูแปลกไปบ้างกับการถือรองเท้าลอยไปลอยมาหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตามที

Brand/Product : เรย์แบน
Why? : เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองแว่นตาแบบต่างๆ ของเรย์แบนได้ ซึ่งจะนำไปสู่ยอดขายที่ดีได้ในที่สุด
How? : ผ่านทาง Rayban Virtual Mirror ที่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมมาก่อนและเทคโนโลยีนี้ใช้ใบหน้าของเราเป็น Face Detection แทน Marker โดยลูกค้าสามารถคลิกเปลี่ยนแบบแว่นตาไปได้เรื่อยๆ เพื่อดูว่าเหมาะกับใบหน้าและบุคลิกของลูกค้าหรือไม่ ลองได้ไม่จำกัดรุ่นและไม่จำกัดระยะเวลาและไม่รู้สึกเขินเหมือนกับการไปลองที่ร้านโดยตรงหรือลูกค้าจะเลือกแว่นตาแบบต่างๆ ผ่านนายแบบ นางแบบในเว็บไซต์ก็ได้เช่นกัน
Success Story เรย์แบนหยิบเอา Consumer Insight มาแก้ปัญหาการเลือกแว่นที่เหมาะกับใบหน้าของตนเองมาใช้ แม้ในร้านแว่นตาต่างๆ จะมีโปรแกรมช่วยในการตัดสินใจหรือมีคำแนะนำจากพนักงาน แต่ไม่สามารถเทียบเท่าการลองใส่แว่นตาผ่านเว็บแคมที่บ้าน ความสำเร็จของเรย์แบนทำให้ TISSOT นำแนวคิดเดียวกันนี้ไปใช้ด้วย

Brand/Product : แคมเปญ Coke Zero กับ AVATAR
Why? : ต้องการโปรโมท Coke Zero ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของ AVATAR และต้องการเพิ่มยอดขายในช่วงที่ AVATAR เข้าฉายเมื่อปลายปี 2552 ที่ผ่านมา
How? : ใช้ Marker ที่เป็นโลโก้ AVTR บนบรรจุภัณฑ์บนขวดหรือกระป๋องของโค้ก ซีโร่และส่องไปที่เว็บแคม จากนั้นจะมีเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นยานพาหนะเดินเรื่องใน AVATAR โฉบออกมาจากหน้าจอ และเคลื่อนไหวไปในทิศทางของขวดโค้ก ซีโร่ตามแต่เราจะกำหนดได้
Success Story โค้ก ซีโร่ผลิต Promotion Pack นี้ออกมาถึง 140 ล้านชิ้นและจากปากต่อปากทำให้เกิดการทดลองเล่นได้ใจทั้งแฟนโค้กและแฟน AVATAR

Brand/Product : นิตยสาร Esquire ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2552 (Esquire แฟชั่นมีชีวิต)
Why? : เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับนิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์
How? : Esquire ฉบับนี้เป็น Augmented Reality Issue ผ่านทางหน้าปกที่มี Marker ติดอยู่ ซึ่งจะรับข้อมูลได้เพียงครั้งแรกที่ส่องผ่านเว็บแคม โดยไม่จำเป็นต้องยกหนังสือในแต่ละหน้าค้างไว้ตลอดเวลา ภายในจะมี3D ปรากฏในแต่ละหน้าในรูปแบบที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาด้วย เช่น แฟชั่นบนรันเวย์ และคอลัมน์ต่างๆ
Success Story ยอดขายฉบับนี้ของนิตยสาร Esquire พุ่งกระฉูด และกลายเป็นนิตยสารที่เป็นต้นแบบของ AR และเป็น Talk of the town

Brand/Product : OLYMPUS PEN E-PL1
Why? : ต้องการโปรโมทกล้องรุ่นใหม่ในรูปแบบที่ลูกค้าสามารถมีประสบการณ์ร่วมได้อย่างง่ายเพียงแค่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และต้องการสาธิตการใช้งานอย่างจริงจัง
How? : พิมพ์ Marker รูปกล้องรุ่นนี้จากเว็บไซต์ของโอลิมปัส เว็บแคมจะทำหน้าที่เสมือนเลนส์กล้อง อธิบายการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ แบบ 3D แถมยังทดลองให้ถ่ายภาพได้จริงอีกด้วย
ที่โดดเด่นคือมีฟังก์ชัน Virtual Tri-pod สำหรับการใช้งานแบบ Handfree อีกด้วย
Success Story การทดลองใช้กล้องรุ่นนี้ในทุกแง่มุม ทำให้ลูกค้าสนใจ เกิดความสนุกสนานและถูกกระตุ้นการหาซื้อมาครอบครองในที่สุด

Brand/Product : Burger King
Why? : เพื่อนำเสนอเมนูใหม่ของเบอร์เกอร์ คิง ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็น Value Menu จำหน่ายในราคา 1 เหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และต้องการให้เห็นว่าเงิน 1 เหรียญสหรัฐนั้นยังมีค่ามากกว่าที่คิด
How? : สดๆ ร้อนกับรางวัล Bronze ใน Category ที่ว่าด้วย Best Use of Internet/Online Advertising in a Promotional Campaign จากเวที Cannes Lions 2010 นำเสนอในรูปแบบของ AR Banners ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ที่ง่ายที่สุด นอกจากจะต้องการ Engage กับลูกค้าแล้วยังนำเสนอในรูปแบบที่สนุกสนานและง่ายดาย เพียงใช้ธนบัตรใบละ 1 เหรียญสหรัฐเป็น Image Marker ในการนำเสนอ AR จากนั้นเบอร์เกอร์ คิง เมนูสุดคุ้มนี้จะปรากฏซ้อนทับกับธนบัตรหรือจะจัดวางให้อยู่บริเวณปากของเราพอดีพลิกธนบัตรไปเรื่อยๆ จะเปลี่ยนเป็นเมนูต่างๆ เป็นการให้ข้อมูลสินค้าไปในตัว สุดท้ายคาแร็กเตอร์เบอร์เกอร์ คิงจะปรากฏแทนหน้าเรา
Success Story เฉลี่ยแล้วผู้บริโภคกว่า 15,000 คน มีปฏิสัมพันธ์กับแบนเนอร์ชิ้นนี้ของเบอร์เกอร์ คิง ราว 52 วินาที และมีหลายคนที่นำคลิปวิดีโอของตนไปโพสต์แชร์ใน Youtube กลายเป็น Viral Video ต่อไป

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นธุรกิจAR ที่ได้นำมาเป็นตัวอย่างให้ได้ดูกัน เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ธุรกิจที่ใช้ARเป็นที่ยอมรับ และที่สำคัญคุณต้องระวังกับเทคโนโลยีARตัวนี้ให้ดีเพราะมันกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากและในอนาคตก็เป็นไปได้ว่าธุรกิจส่วนใหญ่จะหันมาใช้ARกันหมด
Share this article
Related articles
-
Behind the Intelligence: What is Natural Language Processing (NLP) and How Does it Work in Our AI Software
Although Natural Language Processing (NLP) might sound distant and complex, the truth is that we use NLP in our daily lives without realizing it, perhaps dozens of times each day. Especially in the business world, entrepreneurs and marketers widely use NLP as a tool for digital marketing.
Read more -
Case Study AI: How Our Client Reduced Information Search Time by 80% Using Document AI
Managing massive amounts of documents is no longer a challenge when your organization knows how to implement AI for document management. In this article, CIPHER , an expert in software development, presents a Case Study AI or real-world AI implementation case study that reduced document search time by 80%, increased wo
Read more