คู่มือสำหรับนักการตลาด: ใช้ E-Commerce Listener รู้เท่าทันพฤติกรรมลูกค้าและคู่แข่ง
ในยุคที่โลกดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด พฤติกรรมการซื้อขายของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลายคนหันมาใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารผ่าน Facebook การดูวิดีโอใน YouTube หรือการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerceต่าง ๆ ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการตลาดดิจิทัลกลายเป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท นักการตลาดยุคใหม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด คือ "E-Commerce Listening" หรือการใช้กลยุทธ์ ใช้ E-Commerce Listener ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์คู่แข่ง และวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างแม่นยำ
E-Commerce Listening คืออะไร?

E-Commerce Listeningคือ เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee และ Lazada ผ่านการประมวลผลด้วย AI เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อขายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ เครื่องมือนี้สามารถบอกคุณได้ว่าสินค้าไหนกำลังมาแรง คู่แข่งขายอะไรได้ดี การตั้งราคาของคู่ค้าเป็นอย่างไร และข้อมูลอื่น ๆ ที่จะช่วยในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
E-Commerce Listening เปรียบเสมือนผู้ช่วยนักการตลาดออนไลน์ในการวางแผนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee และ Lazada โดยใช้ข้อมูลจริงจากตลาด ไม่ใช่การคาดเดาหรือความรู้สึก
ทำไม E-Commerce Listening จึงสำคัญสำหรับนักการตลาด?
ในตลาด E-Commerce ที่มีการแข่งขันสูง การมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด ลูกค้า และคู่แข่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง E-Commerce Listening มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:
- เข้าใจลูกค้าลึกซึ้งยิ่งขึ้น: ช่วยให้คุณรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และความต้องการของพวกเขา
- วิเคราะห์คู่แข่ง: ช่วยให้คุณเห็นกลยุทธ์ของคู่แข่ง สินค้าขายดี และวิธีการตั้งราคา
- ปรับปรุงสินค้าและบริการ: ข้อมูลจากการฟังเสียงลูกค้าช่วยให้คุณพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
- วางแผนการตลาดที่แม่นยำ: ช่วยให้คุณลงทุนด้านการตลาดได้อย่างคุ้มค่าและตรงกลุ่มเป้าหมาย
จากข้อมูลของ Momentum Works Insights พบว่า ในปี 2023 E-commerce ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่า GMV สูงถึง 1.146 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากปี 2020 มากถึง 2.1 เท่า โดยประเทศไทยมีการเติบโตสูงถึง 34.1% และมีมูลค่าตลาด E-commerce ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ที่ 9.8 แสนล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจที่รู้จักใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาด
เครื่องมือหลักของ E-Commerce Listening
E-Commerce Listening มีเครื่องมือหลัก 3 อย่างที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างครบถ้วน:
1. Market Analysis
Market Analysis เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของตลาดทั้งใน Shopee และ Lazada คุณสามารถค้นหาข้อมูลผ่านตัวกรองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคีย์เวิร์ด หมวดหมู่ แบรนด์ ร้านค้า ช่วงราคา หรือแม้แต่เฉพาะใน Shopee Mall และ LazMall
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Market Analysis ประกอบด้วย:
- ภาพรวมตลาด: แสดงข้อมูลจำนวนสินค้าและร้านค้าทั้งหมด มูลค่าการขาย จำนวนชิ้นที่ขายได้ ราคาเฉลี่ย และจำนวนรีวิว
- ส่วนแบ่งการตลาด: ดูได้ 2 มิติทั้งยอดขายและจำนวนชิ้นที่ขายได้ แสดง Top 10 ร้านค้าขายดี หรือ Top แบรนด์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด
- เทรนด์ยอดขาย: แสดงกราฟเทรนด์ยอดขายในแต่ละช่วงสัปดาห์ เพื่อดูแนวโน้มการขาย
- เทรนด์การตั้งราคา: แสดงกราฟเทรนด์การตั้งราคาขายโดยเฉลี่ย และสัดส่วนช่วงของราคาขาย
- Top 100 สินค้าขายดี: แสดงข้อมูลสินค้าขายดี พร้อมรายละเอียดเช่น ชื่อสินค้า ชื่อร้านค้า จำนวนดาว ราคาขาย จำนวนชิ้นที่ขายได้ และยอดขายโดยประมาณ
2. Product Explorer
Product Explorer ช่วยตอบคำถามสำคัญเช่น "จะหาสินค้าอะไรมาขายดีบน Shopee และ Lazada?" "สินค้าไหนกำลังมาแรง?" "คู่แข่งขายสินค้าไหนดี?" เครื่องมือนี้แสดงข้อมูลเชิงลึกของสินค้า ดังนี้:
- ข้อมูลสินค้า: แสดงรูปสินค้า ชื่อสินค้า ชื่อแบรนด์ หมวดหมู่ ราคาขาย ยอดขาย และจำนวนชิ้นที่ขายได้โดยประมาณ
- ข้อมูลร้านค้าที่ขาย: แสดงข้อมูลเบื้องต้นของร้านค้า ช่องทางการขาย สถานะ Mall จำนวนผู้ติดตาม และคะแนนของร้านค้า
- เทรนด์การเติบโต: แสดงกราฟเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของราคาขาย ยอดขาย และจำนวนชิ้นที่ขายได้ในช่วงสัปดาห์ที่เลือก
3. Store Explorer
Store Explorer ช่วยให้คุณติดตามร้านค้าคู่แข่งหรือคู่ค้าใน Shopee และ Lazada ได้ในที่เดียว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย การตั้งราคา และสินค้าขายดี โดยแบ่งเป็นข้อมูลร้านค้า แบรนด์ และหมวดหมู่:
- ข้อมูลร้านค้า: แสดงข้อมูลรูปและชื่อร้านค้า สถานะ Mall ช่องทางการขาย จำนวนผู้ติดตาม คะแนนร้านค้า อัตราการตอบแชท และลิงก์ไปยังร้านค้าจริง
- ประสิทธิภาพการขาย: แสดงราคาขายโดยเฉลี่ย จำนวนชิ้นที่ขายได้ ยอดขายโดยประมาณ และจำนวนสินค้าในระบบ พร้อมกราฟแสดงเทรนด์ต่าง ๆ
- Top สินค้าขายดี: แสดงข้อมูลสินค้าขายดีในร้านค้านั้น ๆ พร้อมเทรนด์การเติบโตของแต่ละสินค้า สามารถเรียงลำดับตามราคาขาย จำนวนชิ้นที่ขายได้ และยอดขาย

ประโยชน์ของการใช้ E-Commerce Listening
E-Commerce Listening มอบประโยชน์มากมายแก่นักการตลาดและผู้ประกอบการ ดังนี้:
1. การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง
E-Commerce Listening ช่วยให้คุณตัดสินใจทางธุรกิจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ไม่ใช่การคาดเดาหรือความรู้สึก ทำให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ
2. ค้นพบโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ
การวิเคราะห์เทรนด์สินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคช่วยให้คุณค้นพบโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น สินค้าที่กำลังมาแรง หรือความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่มีใครตอบสนอง
3. ปรับปรุงกลยุทธ์การแข่งขัน
การรู้ว่าคู่แข่งทำอะไร ขายอะไรได้ดี และตั้งราคาอย่างไร ช่วยให้คุณปรับกลยุทธ์การแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถเรียนรู้จากความสำเร็จและข้อผิดพลาดของคู่แข่ง โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง
4. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณการตลาด
E-Commerce Listening ช่วยให้คุณรู้ว่าควรลงทุนกับสินค้าใด ในช่วงเวลาใด และด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบไหน ทำให้การใช้งบประมาณการตลาดมีประสิทธิภาพสูงสุด
5. สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ในตลาดที่แข่งขันสูง การมีข้อมูลเชิงลึกจาก E-Commerce Listening ช่วยให้คุณมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง คุณสามารถปรับตัวได้เร็วกว่า และวางแผนล่วงหน้าได้ดีกว่า
วิธีใช้ E-Commerce Listening ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การใช้ E-Commerce Listening ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่นักการตลาดควรทำ:

1. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
ก่อนเริ่มใช้ E-Commerce Listening ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการข้อมูลอะไร เช่น ต้องการวิเคราะห์คู่แข่ง หาสินค้าใหม่ที่น่าสนใจ หรือปรับปรุงกลยุทธ์การตั้งราคา เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณใช้เครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ติดตามเทรนด์อย่างสม่ำเสมอ
การติดตามเทรนด์อย่างสม่ำเสมอช่วยให้คุณรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาด ควรตั้งเวลาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจาก E-Commerce Listening เป็นประจำ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
3. วิเคราะห์ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง
ไม่เพียงแค่ดูข้อมูลผิวเผิน แต่ควรวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เช่น ไม่เพียงแค่ดูว่าสินค้าใดขายดี แต่ควรวิเคราะห์ว่าทำไมถึงขายดี มีปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อยอดขาย และคุณจะนำบทเรียนนั้นมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้อย่างไร
4. ทดลองและวัดผล
นำข้อมูลที่ได้จาก E-Commerce Listening มาทดลองใช้ในกลยุทธ์การตลาด แล้ววัดผลอย่างเป็นระบบ เช่น ปรับราคาสินค้าตามเทรนด์ที่วิเคราะห์ได้ แล้วดูว่ายอดขายเปลี่ยนแปลงอย่างไร
5. ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ควรปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องตามข้อมูลล่าสุดที่ได้จาก E-Commerce Listening
เทรนด์ E-Commerce ที่นักการตลาดควรรู้
นอกจากการใช้ E-Commerce Listening แล้ว นักการตลาดยังควรติดตามเทรนด์ E-Commerce ล่าสุด เพื่อวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้เป็นเทรนด์สำคัญในปี 2025:
1. การแข่งขันในตลาด E-Commerce ที่สูงขึ้น
ตลาด E-Commerce มีการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการเติบโตถึง 34.1% ในปี 2023 แพลตฟอร์มหลัก ๆ ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นักการตลาดจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและใช้ข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน
2. โมเดล Consignment กับสินค้าราคาโรงงาน
การเข้ามาของแพลตฟอร์มอย่าง Temu ที่ใช้โมเดล Consignment (ระบบฝากขาย) และนำเสนอสินค้าราคาโรงงาน ส่งผลกระทบต่อตลาด E-commerce ทำให้ Shopee และ Lazada ต้องปรับตัวด้วยบริการอย่าง Shopee Choice และ Lazada Choice ที่เน้นสินค้าราคาถูกเช่นกัน
ประโยชน์ของโมเดล Consignment ได้แก่:
- เพิ่มความหลากหลายของสินค้า
- ลดความเสี่ยงสำหรับผู้ขาย
- เพิ่มโอกาสให้ผู้ขายรายย่อย
- เพิ่มการแข่งขันในตลาด
- เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
3. Affiliate Marketing มาแรง
Affiliate Marketing กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 แพลตฟอร์ม E-Commerce ใหญ่ ๆ อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok ต่างมีโปรแกรม Affiliate ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างรายได้จากการแชร์ลิงก์สินค้า
ความสำคัญของ Affiliate Marketing:
- ขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็ว
- ลดต้นทุนการตลาด
- เพิ่มยอดขาย
- สร้างความน่าเชื่อถือ
- วัดผลได้ชัดเจน
4. Live Commerce เติบโตอย่างต่อเนื่อง
Live Commerce หรือการขายสินค้าผ่านไลฟ์สด กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย จากการสำรวจพบว่า 90% ของคนไทยเคยดูคอนเทนต์ Live Commerce ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มยอดนิยมได้แก่ TikTok, Shopee และ Facebook
เทรนด์ของ Live Commerce:
- Live Commerce ผสานความบันเทิง
- Micro-Influencer มีบทบาทมากขึ้น
- การใช้ Short-form Video เพื่อโปรโมทก่อนไลฟ์
- การขยายไปสู่สินค้าหลากหลายประเภท
โอกาสจาก Live Commerce:
- เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกว่า
- เพิ่มยอดขาย
- สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
- ลดต้นทุนการตลาด
- สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
บริการ E-Commerce Listening จาก Cipher
บริษัท Cipherเป็นบริษัทเอเจนซี่ Digital Marketing แบบครบวงจร ที่นำเสนอบริการและแนวทางการใช้ E-Commerce Listener ผ่านแพลตฟอร์ม Etailligence ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Priceza และ Wisesight โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
บริการหลักของ Cipher:
1. Market Analysis:
- วิเคราะห์ภาพรวมตลาดใน Shopee และ Lazada
- ดูส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ
- วิเคราะห์เทรนด์ยอดขายและการตั้งราคา
- ดู Top 100 สินค้าขายดี
2. Product Explorer:
- ค้นหาสินค้าที่น่าสนใจสำหรับการขาย
- วิเคราะห์เทรนด์สินค้ามาแรง
- ติดตามสินค้าของคู่แข่ง
- ดูเทรนด์การเติบโตของสินค้า
3. Store Explorer:
- ติดตามร้านค้าคู่แข่งแบบใกล้ชิด
- วิเคราะห์ประสิทธิภาพการขายของร้านค้า
- ดู Top สินค้าขายดีในร้านค้า
- เข้าถึงข้อมูลคู่ค้าหรือผู้จัดจำหน่าย
ขั้นตอนการใช้บริการ:
- นัดหมาย Demo กับทีม Business Solution เพื่อพูดคุยถึงความต้องการและชมแพลตฟอร์ม
- เลือกแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการ มีทั้งแบบราย 6 เดือนและ 1 ปีขึ้นไป
- ทีมงานจะส่งไฟล์ให้ระบุชื่อร้านค้าหรือหมวดหมู่ที่ต้องการติดตาม
- เริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม โดยข้อมูลจะอัปเดตรายสัปดาห์
สรุป
การใช้ E-Commerce Listener เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับนักการตลาดในยุคดิจิทัล ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด ลูกค้า และคู่แข่งบนแพลตฟอร์ม E-Commerce ชั้นนำอย่าง Shopee และ Lazada
ในตลาด E-Commerce ที่มีการเติบโตและการแข่งขันสูง การมีข้อมูลเชิงลึกจะช่วยให้คุณวางแผนกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียได้อย่างแม่นยำ เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า วิเคราะห์คู่แข่ง และค้นพบโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ บริษัท Cipher นำเสนอบริการ E-Commerce Listening ผ่านแพลตฟอร์ม Etailligence ที่ครอบคลุมทั้ง Market Analysis, Product Explorer และ Store Explorer ช่วยให้คุณมีข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจทางธุรกิจ
เมื่อใช้ E-Commerce Listening อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการปรับปรุงเว็บไซต์ E-Commerceและการทำการตลาดด้วย SEOธุรกิจของคุณจะสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด คว้าโอกาสทางธุรกิจได้ก่อนคู่แข่ง และสร้างความสำเร็จในโลก E-Commerce ที่มีการแข่งขันสูง

คำถามที่พบบ่อย
1. E-Commerce Listener ของ Cipher ต่างจากเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดอื่นอย่างไร?
E-Commerce Listener เน้นวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะบน Shopee และ Lazada แบบเจาะลึก แสดงข้อมูลยอดขายจริง เทรนด์ราคา และพฤติกรรมคู่แข่งแบบเรียลไทม์ ต่างจากเครื่องมืออื่นที่ให้ข้อมูลกว้าง ๆ
2. ธุรกิจเล็กจำเป็นต้องใช้ E-Commerce Listener หรือไม่?
จำเป็นมาก! ธุรกิจขนาดเล็กยิ่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการลงทุน ค้นหาสินค้าที่ตลาดต้องการจริง และวางกลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้
3. เริ่มต้นใช้งาน E-Commerce Listener ได้อย่างไร?
เริ่มง่าย ๆ ด้วยการนัดหมาย Demo กับทีม Cipher เลือกแพ็กเกจรายเดือนที่เหมาะกับคุณ ระบุร้านค้าหรือหมวดหมู่ที่ต้องการติดตาม และเริ่มใช้งานได้ทันที
แชร์บทความนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
-
7 ข้อดีของ LINE OA ที่ช่วยให้ธุรกิจ SME เพิ่มยอดขายได้จริง
ธุรกิจ SME ที่ต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า จำเป็นต้องมีช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และใช้งานสะดวก หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ LINE Official Account หรือ LINE OA ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถพูดคุยกับลูกค้า ส่งโปรโมชั่น ปิดการขาย และดูแลลูกค้าได้ในแพลตฟอร์มเดียว
อ่านต่อ -
Influencer Marketing คืออะไร? กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ต้องรู้
ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากรีวิว ประสบการณ์จริง และคำแนะนำจากบุคคลที่ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ Influencer Marketing กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านต่อ